| นับเป็นคุณสมบัติของศิลปทุกแขนง
ตั้งแต่เริ่มก่อกำเนิด
ในบุพกาลจวบจนถึงงานศิลป์ประเภทการ์ตูนสนยุคปัจจุบัน
ที่ศิลปะเหล่านั้นจะให้ความหมายแก่โลก
อธิบาย |
 |
| คิดต่อสืบสาน
สร้างจินตนาการหรอืเสนอภาพโลก
ที่ต่างออกไปแต่ในขณะเดียวกันก็
สร้างสรรค์ตนเองในรูปภาพให้เด่นชัดขึ้น
นิ่ม
เครืองแสง
เริ่มภาพวาดของเธอง่ายๆ
ไม่มีพิธีรีตอง
โดยใช้ลายเส้นพื้นๆ
ร่างเส้นรูปของสรรพสิ่ง
แล้วแต้มเติมเส้นสาย
เหล่านั้นด้วยสีสันเธอได้พิสูจน์ให้เห็นว่า
การวาดภาพและภาพวาด
มิใช่เพียงเป็นของคู่กันมาแต่ดั่งเดิมเท่านั้น
แต่การวาดภาพและการอธิบายความยังมีความสัมพันธ์กันด้วย
เธอสร้างโลกมนุษย์
จากเส้นลายพื้นๆด้วยวิธีง่ายๆเป็นธรรมชาติ
โดยหยิบยืม
ปลายแหลม
ของไผ่มาใช้แทนมือ
รูปเหยือกนมสนเส้นทรงรูปแมว
หรือไม่ห็เมล็ดพืชในรูปของใบหน้าหลายหลาก
และแน่นนอน
ตรงนี้ทำให้เราคิดถึง
ความเชื่อในเรื่องธรรมชาติของคนไทย
แต่ที่ยิ่งชัดเจนกว่านั้นก็คือ
สายสัมพันธ์ของ
ความเชื่อนี้กับพลังของผืนแผ่นดิน
ที่เอ่ยเอี้ยนวาจาอยู่ในภาพเหล่านั้น
พลังธรรมชาติทั้งหมดนี้แสดงตัวในรูปของ
ภาพศิลป์แอ็บแสตร็ก
ที่ไร้ความอลังการแต่ก็ไม่ใช่อะไรที่ซื่อไร้เดียงสา
พูดให้ชัดกว่านั้นก็คือ
ภาพวาดผลไม้
เมล็ดพืช
หรือผู้คนในสีขาวหมุ่นตุ่นราวสีน้ำนม
บนกระสาย้อมสี
แสดงออกของ
วิถีของคนไทยในถิ่นอีสาน
สิ่งใหม่ในศิลปของ
นิ่ม
เครืองแสง
ก็คือ |
 |
ที่มาของรูป
ที่ไม่ผูกติดอยู่กับข้อแม้ของผลงานใดๆ
ภาพแต่ละภาพ
ค้นหนและค้นพบด้วยตนเอง
หาใช่ภาพเดิมๆ
ในโลกศิลป์
ที่หมุนเวียนอยู่ไม่
สัญลักษณ์ของรูปเหล่านั้น
คือ |
ความเปรียบพื้นฐาน
ของความผูกพันกับธรรมชาติอันเป็นเครื่องแสดงออกถึง
ขนบประเพณีของชนชาติที่ภาพเหล่านั้นก่อกำเนิด
ขึ้นมาด้วยแผ่นรูปที่พบ
เช่น
การสูญเสียใบหน้าที่เปรียบประดุจหน้ากากแห่งสัญลักษณ์นิ่ม
เครือแสง
ไม่ได้เล่า
เรื่อง (ในงาน
ของเธอ :
ผู้แปล)
แต่เสนอความเปรียบเชิงกวีนิพนธ์สนรูปแบบที่กระชับและชัดเจน
|
ศาสตราจารย์
ปีเตอร์
ไวมาร์
Director of the Rupertinum
Museum of Modern and Contemporary Art
เซาส์เบิร์ก,
ออสเตรีย |
 |
|
|